เมื่อวานวันที่5สิงหาคม 2552 เป็นวันออกเดินทางครั้งแรกในปี 2552 

ของการออกรับบริจาคเนื่องในวันมหิดล ที่จังหวัดราชบุรี

ผมเองในฐานะหัวหน้าสายออกรับบริจาค และในฐานะนักศึกษาแพทย์ศิริราช

รู้สึกตื่นเต้น กังวล และตื้นตันเป็นอย่างมาก !?!

 

ที่ตื่นเต้น เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ผมจะได้ทำในสิ่งที่ผมได้เห็นมาตั้งแต่เป็นเด็กประถม

ในตอนนั้น ผมเห็นมีพี่ๆเดินถือธงสามเหลี่ยมมีรูปกลมๆอยู่บนนั้น และมีสติกเกอร์สีสดใสติดไม้ติดมือมา

เดินชักชวนให้พวกผมบริจาคเงิน พี่ๆพูดอะไรไม่รู้ตั้งเยอะแยะ ฟังไปก็ไม่รู้เรื่อง 

แต่สิ่งที่พวกผมรู้คือ ถ้าผมหยอดเงินกระป๋องจะได้สติกเกอร์ ใครหยอดเยอะจะได้ธงสามเหลี่ยมๆอันนั้น

เอาไว้อวดกันไปทั้งวัน เหมือนเวลาเด็กได้ของเล่นใหม่ ^^

พอโตขึ้นมาหน่อย ผมก็ได้รับรู้ว่าพวกพี่เค้ามาจากศิริราช มาขอรับบริจาคเพื่อจะนำเงินไปช่วยเหลือ

ผู้ป่วยที่ยากไร้ของโรงพยาบาล ผมก็กลับบ้านไปถามแม่ว่ารู้จักศิริราชมั้ย (ความที่ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด

เลยไม่เชี่ยวชาญกรุงเทพฯเช่นในวันนี้ หุหุ) แม่ก็เล่าให้ฟัง ว่าศิริราชเป็นโรงพยาบาลใหญ่มากในกรุงเทพฯ

คนไข้เยอะมาก มาจากทั้งประเทศเลย เพื่อมารักษาที่นี่ ผมก็ได้แต่ฟัง และคิดว่าเงินกินขนมน้อยนิดของผม

คงเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้าง

ด้วยอะไรก็ตาม ทำให้ผมฝังใจกับคำว่า ศิริราช หาข้อมูลต่างๆนานา เกี่ยวกับคำคำนี้ จนเดินทางตามเส้นทางของชีวิต มาถึงวันที่ผมต้อง เลือก เส้นทางอนาคตของตัวเอง ผมเลือกที่จะเป็นหมอ และแน่นอน ผมเลือกศิริราช

จนวันนี้ ตอนนี้ที่ผมนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นี้ในฐานะนักศึกษาแพทย์ศิริราชและในฐานะหัวหน้าสายออกรับบริจาคเนื่องในวันมหิดล ผมเลยรู้สึกตื่นเต้น เพราะผมได้เข้าใจสิ่งที่พวกพี่ๆทำในวันนั้นแล้ว และยังมีโอกาสมาสานต่อความตั้งใจนี้อีก

 ส่วนเรื่องความกังวล คงเป็นเพราะภาระหน้าที่ของหัวหน้าสายออกรับบริจาค ที่มีตั้งแต่การศึกษาการทำงาน ที่พี่ของเราได้ทำไว้ การวางแผนออกรับบริจาค การติดต่อประสานงานส่วนต่างๆ ทีอะไรๆก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จนเข้าใจคำว่า ปัญหามีไว้ให้แก้ อย่างที่เค้าว่ากันก็คราวนี้ 

ความจริง เมื่อวานตอนเช้า ก่อนออกรับบริจาค ไม่มีความพร้อมอะไรเลย คนไม่ครบ จดหมายไม่มี ข้าว ขนม น้ำไม่ได้เตรียมไว้ให้ลูกสายกิน รถยังไม่รู้ว่าคันไหน แต่ผมได้ก็ใช้เวลา เกือบชั่วโมง ในการติดต่อรับจดหมายขออนุญาตออกรับบริจาค หาข้าวกลางวัน ขนม น้ำให้ลูกสาย 40 คนกิน ขนธง 1700 ผืน โปสเตอร์ บลาๆ จากหอชั้น 11 ลงมาที่ข้างโรงพยาบาลโดยลำพัง และโดยการ skip class เล็กน้อย หุหุ (ขอบคุณพี่ตี๋กับแจนที่มาช่วยระหว่างทางคับ T_T) และไปขึ้นรถได้ทันเวลา จนแอบงงว่าทำไปได้เหมือนกันแฮะ สู้เค้า ทาเคชิ! 555

ความตื้นตัน อันนี้คงเป็นสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ความตื้นตันนี้เกิดจากความรู้สึกดีๆที่ได้เห็นความรักในหลายๆแง่มุม ที่มีต่อศิริราชของคนหลายๆคน

ขอเริ่มจากตัวเอง ตอนแรกที่มีการประกาศรับสมัครหัวหน้าสาย ผมก็คิดในใจว่า อยากทำอะไรเพื่อศิริราชบ้าง เลยยกมือสมัครแบบไม่ลังเล แต่ในใจก็คิดว่า แล้วตูจะทำได้ฤา จนมาถึงวันนี้ที่ปัญหามันผ่านไปหลายอย่างแล้ว ยังรู้สึกว่า ถ้าไม่มีความรักต่อศิริราช ผมคงไม่มีแรงที่จะ"วิ่ง"ขนาดนี้ ขนาดไม่พร้อมจะออกรับบริจาค มันก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี

มาที่คุณแม่สุดสวย ขอบคุณครับที่คอยเป็นคนที่ให้กำลังใจและประคอง และที่สำคัญส่งตังค์ให้เรื่อยมา แหะๆๆ หากไม่ได้รับการช่วยเหลือด้านเศรษฐศาสตร์และการบัญชีจากคุณแม่ในเช้าวันนั้น ลูกสายและลูกชายคงไม่มีข้าวกลางวันกิน >< ไม่รู้ว่าจะพูดเป็นคำพูดได้ยังไงดี แต่รักแม่มากๆครับ งานทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมา สำเร็จได้เพราะแม่คอยช่วยอยู่ข้างหลังเสมอ เด็กไม่รู้จักโตอย่างลูกจะพยายามโตขึ้นเรื่อยๆนะครับ

ออม แจน รักพวกแกมากนะเว้ย คำว่า เพื่อนระหว่างเรา มันจะตราตรึงในความรู้สึกของเราทุกลมหายใจ ขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนจนดึก ในวันที่มีปัญหา ขอบคุณที่ยอมเสียเวลาเรียน เวลาพักผ่อนมาเหนื่อยด้วยกัน ขอบคุณที่ช่วยแก้ปัญหาทุกอย่าง ขอบคุณ ขอบคุณ รักนะ

ทราย หวาน นัท ติ๊ก พี่ตี๋ ขอบคุณมากๆๆๆๆที่ยอมไปเหนื่อยโคดๆด้วยกัน แค่เรียนปกติ เราก็รู้ว่าทุกคนก็เหนื่อยกันอยู่แล้ว แต่เราไม่ได้ยินคำว่า เหนื่อย สักคำจากทุกคนเลย ขอบคุณจากใจจริงๆ ซาบซึ้งมากๆ พวกแกและเฮียทำให้เราได้เข้าใจว่า The gang's all here แปลว่าอะไร โดยไม่ต้องอธิบายให้มากความ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาเฮียที่ใกล้สอบแล้ว แถมเป็นวันหยุดอ่านหนังสืออีก ยังมาช่วยกัน ขอบคุณมากๆๆๆๆคับ อยากให้ศิริราชมีคนแบบพวกแกและเฮียเยอะๆจัง รักนะที่ทำให้ที่แห่งนี้ยังน่าอยู่และอบอุ่น

น้องๆราชบุรี ปี1จากมหาวิทยาลัยมหิดลทุกคน ขอบคุณน้องกุ๊ก น้องมิ้น และน้องๆที่ช่วยกันรวมพลจนได้ลูกสายจำนวนมากอย่างที่พี่เองยังไม่กล้าหวังว่าจะได้มากขนาดนี้ ขอบคุณในความรักที่มีต่อ"บ้านเกิด"ของพวกเรานะคับ และน้องๆจากจังหวัดอื่นที่มาช่วยกัน ยิ่งต้องขอบคุณอีกมากมายที่รักมหาวิทยาลัยของเรา ขอบคุณคับ น้องๆทุกคนได้ทำสิ่งที่น้องจะต้องจำไปทั้งขีวิต เพราะน้องได้ให้ชีวิตกับคนอื่นอีกนับแสน

การออกรับบริจาควันมหิดลในความรู้สึกของใครหลายคน อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่สำหรับผม ผมไม่สบายบ่อย เลยมีโอกาสไป OPD หลายครั้ง ได้เห็นผู้ป่วยมากมายที่รอรับการรักษา ผู้ป่วยหลายท่านไม่มีเงินสำรองสำหรับการรักษาตัว เงินที่ได้จากการขอรับบริจาคในวันมหิดลเป็นเหมือนแสงสว่างที่ทำให้ชีวิตของเค้าเหล่านี้มีความหวังนะครับ เงินเหล่านี้จะเข้าไปเป็นกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้และผู้ป่วยด้อยโอกาสของโรงพยาบาลศิริราช และจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผู้ป่วยจะได้มีความหวังที่จะมีชีวิตรอดและมีความหวังที่จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บอีกครั้ง คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าชีวิตของคนที่ด้อยโอกาสมีค่าน้อยกว่าชีวิตของลูกเศรษฐีหมื่นล้าน แต่ความเป็นจริงสังคมเราไม่ได้สวยงามขนาดนั้นครับ กองทุนนี้จะทำให้ช่องว่างนี้หายไป ผมเชื่ออย่างนั้น

สำหรับเพื่อนๆหลายคนในรุ่นของผม ผมเสียใจที่พวกคุณยังมองว่าการออกรับบริจาคเป็นเรื่องที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับเวลาที่คุณได้ใช้กับหนังสือเรียนเป็นตั้งๆ ใช่ครับ เราทุกคนมีหน้าที่เรียนหนังสือ เพื่อนำความรู้ไปใช้กับคนไข้ แต่ผมอยากรู้ว่า พวกเราจะเป็นหมอที่ดีของแผ่นดินนี้ ของคนประเทศนี้ได้อย่างไร หากยังไม่รู้จักการเสียสละเวลาเล็กน้อยมาทำประโยชน์ให้สังคมตั้งแต่เราเป็นนักศึกษาแพทย์ ผมเสียใจ และถึงแม้ว่าในอนาคตคำนำหน้าชื่อของพวกเราจะเป็นคำว่า แพทย์ เหมือนกัน แต่การมองโลกของเราคงต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ไปออกรับบริจาคเป็นคนไม่ดีและจะเป็นหมอที่ดีไม่ได้ เพราะผมเองก็ไม่ได้เป็นคนดีอะไรเลย แต่ลองสละเวลาสักนิดมั้ยครับ จะได้เห็นมุมที่คุณอาจไม่่คิดว่ามันมีอยู่บนโลกนี้

การทำงานนี้ทำให้ผมและเพื่อนๆได้เรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือ พวกเราเคยมองข้ามคนบางคนไป เพื่อนผมเล่าให้ฟังว่า เค้าไปออกรับบริจาคที่โรงพยาบาล โดยไม่ได้บอกยาม และเดินเลยผ่านยามไป ระหว่างที่รับบริจาคจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอยู่ ยามก็เดินจาหน้าโรงพยาบาลมาหยอดกระป๋อง เพื่อบริจาคเงิน เพื่อนผมเล่าว่าเค้ารู้สึกได้เลยว่าเค้าเสียใจ ที่ไม่ได้เดินไปขอรับบริจาคจากลุงยามท่านนั้น เพราะสิ่งภายนอกที่บดบังสิ่งงดงามภายในไว้ ผมได้ฟังแล้วก็เศร้าใจ และนึกว่า ถ้าเป็นผมเอง ผมก็รู้สึกแบบเดียวกัน จากนี้ผมจะพยายามไม่มองคนที่ภายนอก

 

เงิน 5 ล้านที่ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ใคร ... ไร้ค่า

เงิน 5 บาทที่เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยชีวิตคน ... มีค่ามหาศาล

 

พรุ่งนี้เป็นวันเดินทางวันที่สอง ที่ผมหนักใจที่สุด เพราะคนที่จะร่วมทางกับไปผมนั้นน้อยเหลือเกิน น้อยกว่าที่วางไว้ในแผนงานหลายเท่า แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่มีอุปสรรคใดๆที่ใหญ่เกิน เพราะเราทุกคน ทำด้วยหัวใจครับ

จะรักศิริราชและคนไข้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

กราบอัญเชิญพระโอวาทของสมเด็จพระบรมราชชนก พระราชบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทยครับ

"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นกิจที่สอง

ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ..."

 

 

 

 

edit @ 7 Aug 2009 00:35:44 by toppy-the-arzt